วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสไปฉีดวัคซีน IPD


วันนี้แม่กับพ่อพาฟ้าใสไปหาคุณหมอเพื่อรับวัคซีนป้องกัน IPD (Invasive Pneumocaccal Disease)
มันคืออะไรน้อ ไอ้ IPD เนี่ย ว่าแล้วก็ต้องหาข้อมูลกันซักหน่อยก่อนที่จะฉีดให้เจ้าหมูน้อย

"โรคติดเชื้อ ไอ พี ดี คือ โรคติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสชนิดแพร่กระจายที่อันตรายสูง ตัวเชื้อนิวโมคอคคัสมักพบอาศัยอยู่ในโพรงจมูกหรือคอของคนทั่วไป ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ (เป็นพาหะ) แต่แพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ เพียงการ ไอ จาม สัมผัสสิ่งคัดหลั่ง โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ภูมิคุ้มกันยังต่ำ อาจติดเชื้อโรคได้ง่าย โรคติดเชื้อ ไอ พี ดี ที่มีอาการรุนแรง คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นโรคร้ายที่อาจทำลายชีวิตลูกน้อยได้ใน 2 วัน ควรป้องกันดีกว่าเป็นแล้วมารักษา เพราะเชื้อมักดื้อยา และต้องรักษาอย่างทันท่วงที" (ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ร.พ.พญาไทจ๊ะ)

โอ้ ! น่ากลัวจัง ต้องฉีดแล้วหล่ะ เพราะหนูเริ่มจะออกจากบ้านไปพบปะผู้คนมากขึ้น กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ ซึ่งมาถึงตอนนี้แล้ว ฟ้าใสได้ 7 เดือน ก็จะเหลือฉีดแค่ 3 เข็ม ก็จะฉีดวันนี้ แล้วเว้นไปอีกเข็มละ 2 เดือน

วันนี้หนูก็ได้หาหมอเพื่อตรวจร่างกายไปเลย ทุกอย่างดูปกติดี โรคภูมิแพ้ผิวหนังของหนู หมอก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ตอนนี้มันยังคงเหลือวงขาวๆ เหมือนขี้กลากกระจายอยู่ทั่วไปตามตัว ซึ่งหมอก็บอกว่ามันจะหายไป แต่ต้องใช้เวลาหน่อย

วันนี้เราชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ปรากฏว่าหนูน้ำหนักขึ้นมาแค่ 2 ขีด ซึ่งจากเดิม 7.4 Kg. แต่วันนี้ชั่งได้7.6 Kg. ซึ่งหมอก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะช่วงนี้หนูจะใช้พลังงานเยอะ ทั้งต้องคืบ ต้องเล่น และไม่ค่อยนอน แต่ยังไงน้ำหนักก็ยังมากกว่าเกณฑ์อยู่นิดหน่อย และหมอก็ยังบอกว่าถ้า 1 ขวบ น้ำหนักตามเกณฑ์จะอยู่ที่ 9 Kg. ซึ่งน้ำหนักของหนู น่าจะถึงอยู่แล้ว แต่แม่ไม่ค่อยแน่ใจเลยง่ะ เพราะหนูซนเหลือเกิน แล้วแถมยังกินยาก นอนยากอีกต่างหาก

ส่วนความสูงของหนู วัดได้ลดลง หมอบอกว่า ไม่ได้หมายถึงหนูตัวสั้นลงนะ แต่อาจจะเกิดจากการวัดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งแม่ก็ว่าอย่างนั้น เพราะแม่ว่าหนูตัวยาวขึ้น แม่ลองวัดเอง ก็ได้อยู่ที่ 67-68 cm. แล้วจ๊ะ

และจากที่แม่เคยบอกว่าแม่สงสัยว่าฟ้าใสดอกไม้ขึ้นแล้ว ปรากฏว่าพอคุณหมอดูให้ ก็เป็นดอกไม้ของหนูจริงๆ จ๊ะ เย้... ฟ้าใสดอกไม้ขึ้นแล้ว

ครั้งต่อไปที่หนูต้องไปหาหมอก็เดือนกุมภา ปีหน้าจ๊ะ ซึ่งครั้งหน้าคงต้องฉีดยา 2 เข็ม แต่ไม่เป็นไรเนอะ ลูกแม่เก่งอยู่แว้วววว

บันทึกการตรวจสุขภาพ อายุ 7 เดือน
ความสูง 67 cm.
น้ำหนัก 7605 g.
รอบหัว 43 cm.
รอบอก 42 cm.

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสเที่ยวทะเลครั้งแรก & ครบรอบ 7 เดือน



วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2559 แม่กับพ่อ และคุณตาคุณยายพาฟ้าใสไปเที่ยวที่หัวหิน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปลายปี พ่อกับแม่มีพักร้อนเหลืออยู่ก็เลยคุยกันว่า จะพาหนูไปเที่ยวทะเลซักหน่อย คุณแม่เลยจัดการหาที่พัก และสรุปว่าเราจะไปพักกันที่วิลันดา รีสอร์ทแอนด์สปา ซึ่งอยู่ระหว่างหัวหินกับชะอำ เป็นห้องพักแบบ Pool villa มีสระว่ายน้ำส่วนตัวเล็กๆ เอาไว้ให้ฟ้าใสได้เล่นน้ำด้วย

พ่อกับแม่วางแผนและซิ้อโน่นนี่นั่น เช่น ห่วงยาง กระเป๋าใส่สัมภาระ คาร์ซีท กันก่อนหน้าที่จะเดินทางหลายวันและก็จัดของของหนูตั้งแต่คืนก่อนออกเดินทาง เพราะของของหนูเยอะมาก แม่กับพ่อกลัวว่าจะลืม เราต้องเตรียมทั้งเครื่องอุ่นนม หม้อนึ่งขวดนม เครื่องปั่นอาหาร รถเข็น รวมถึงอุปกรณ์ในการนอน การเล่นของหนู มากมายจนเกรงว่าเราจะขนไปหมดไม๊หนอ แต่สุดท้ายเราก็ยัดท้ายรถไปจนหมดจนได้

เราออกเดินทางกันตอน 8.30 น. และถึงที่พักประมาณ 11.30 น. หนูนั่งในคาร์ซีทของหนูได้เป็นอย่างดี หนูน่ารักมาก ไม่งอแงเลย จนตลอดทางเราแวะพักเข้าห้องน้ำกันแค่ครั้งเดียวซึ่งหนูก็กินนมและหลับอยู่ใน คาร์ซีทของหนูไปตลอดทาง

เราขนของเข้าที่พัก ซึ่งที่พักดีมาก มีเบบี้คอร์ทให้หนูด้วย ดูเหมือนหนูจะชอบที่นี่อยู่เหมือนกัน เพราะมีโซฟาตัวใหญ่ๆ ไว้ให้หนูได้กลิ้งเล่น หนูดูร่าเริงมากๆ ตอนเย็นพวกเราพาหนูลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ น้ำเย็นมาก แต่หนูก็ยังดูสนุก แม่ไม่กล้าให้หนูเล่นนาน เพราะกลัวหนูเป็นหวัด เลยพาหนูขึ้นมาเปลี่ยนชุด แล้วพาไปทะเลกัน พ่อกับแม่พาหนูไปเหยียบทราย เหยียบน้ำทะเล หนูก็ไม่กลัว ยังเอาเท้าเขี่ยทรายเล่น เก่งมากๆเลยลูก

วันนี้เป็นวันครบรอบ 7 เดือนของหนูด้วย พ่อกับแม่เลยออกไปซื้อเค้กให้หนู วันนี้เราคงไม่สามารถซื้อเค้กปอนด์ใหญ่ได้ เพราะจะขนกลับลำบาก เราเลยซื้อเค้กเป็นชิ้นของ Secrete Recipe ให้หนูแทน ซึ่งมันอร่อยมาก อิอิ

คืนนี้หนูนอนในเบบี้คอร์ทของโรงแรม ดูเหมือนหนูจะนอนได้นานขึ้น อาจจะเหนื่อยหรือป่าวจ๊ะ หนูหมุนไปรอบเตียงเลย จนตี 4 ก็มีเสียงดังโป๊ก หัวน้อยๆ โขกขอบเตียงเข้าให้แล้ว หนูเลยร้องไห้ตื่นเลย ไม่เจ็บนะคนดี

เช้ามาเราก็พาหนูไปเดินสูดอากาศชายทะเลกันอีกรอบ วันนี้ดูหนูงอแงเล็กน้อย เป็นไรหว่า ไม่อยากกลับเหรอ เดินเล่นและทานข้าวเช้าเสร็จ แม่ก็กลับมาปั่นกล้วยกับข้าวให้หนูหม่ำ เราขอข้าวจากทางที่พักเค้ามาจ๊ะ และเราก็เอากล้วยมาเอง วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งหม่ำข้าวกันข้างสระน้ำของเรา พ่อกับแม่ก็เตรียมเก็บของกลับ เฮ้อ! เยอะแยะมากมาย

เราออกเดินทางกลับกันประมาณ 11 โมง เราแวะเที่ยวที่เพลินวาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่จำลองร้านค้าเก่า ที่จอดรถไกลออกไปเล็กน้อยย ทำให้ต้องเข็นรถหนูเดินมาตามข้างถนน ซึ่งตอนนี้หนูหลับอยู่ เราเลยเข้าไปหาที่นั่งและหม่ำข้าวกันในนั้น จนหนูตื่นขึ้นมา เราก็กลับ ตอนนี้หนูค่อนข้างงอแง อาจจะเพราะอากาศร้อนมาก กลับกันแล้วจ๊ะคนดี

เราเดินทางกลับกันโดยสวัสดิภาพ และนี่ถือเป็นการมาเที่ยวทะเลของหนูเป็นครั้งแรกนะลูกนะ แม่ดีใจที่หนูดูมีความสุขและชอบที่พ่อกับแม่พามา หนูเป็นเด็กดีและน่ารัก หลายๆคนเข้ามาทักทายและขออุ้มหนู หนูก็ยิ้มและให้อุ้ม หรือบางทีแม่อุ้มหนูไปไหนหนูก็ทักทายคนอื่นก่อน ดีแล้วจ๊ะลูก หนูต้องเป็นเด็กที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีนะลูก ใครๆ จะได้รักหนูนะ แล้วครั้งหน้าแม่กับพ่อจะพาหนูไปเที่ยวอีกนะจ๊ะ

รักหมูน้อยที่สุดเล้ยยยย

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสคืบได้แล้วจ้า


แม่เริ่มสงสัยว่า ทำไมฟ้าใสถึงไม่ยอมคืบซักที เพราะนี่ก็จะเข้าเดือนที่ 7 แล้ว แม่เลยลองเอาเบาะบนแผ่นรองคลานออก แล้ววางหนูลงบนแผ่นลองคลาน แล้วหาของเล่นมาวางล่อให้หนูคืบไปหา ปรากฏว่าหนูก็คืบเข้าไปหาของเล่นได้อยู่นะ

ช่วงที่มีเบาะนิ่มๆรองอยู่ หนูจะใช้วิธีกลิ้งไปหาของที่หนูอยากได้ ไม่รู้หนูขี้เกียจคืบ หรือบนเบาะมันลื่น เลยไม่ค่อยคืบหว่า แต่ถึงตอนนี้เวลาให้หนูคืบ ถ้าเป็นของที่หนูอยากได้ คืบ 3-4 ทีก็ถึงแล้ว แต่ถ้าไม่อยากได้ ก็ไม่สนใจเข้าไปหา และแถมยังต้องเปลี่ยนของบ่อยๆ เพราะดูจะเบื่อของที่ซ้ำๆ เดิม ขี้เกียจแล้วยังขี้เบื่ออีกต่างหาก เจ้าตัวแสบน้อยเนี่ย

ยังไงแม่ก็ดีใจนะ ที่เห็นหนูคืบได้แล้ว หลังจากนี้ก็คงพยายามจะนั่ง แล้วก็คลานแล้วหล่ะ แม่ต้องเตรียมพื้นที่และแผ่นรองคลานให้หนูเพิ่ม เผื่อไปถึงตอนหนูจะหัดเกาะเดินเลยแหละ

เดี๋ยวเราคงได้เดินจูงมือกันแล้วเนอะคนเก่ง

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสดอกไม้ขึ้นแล้วจ้า


วันนี้แม่สังเกตเห็นเวลาที่หนูยิ้มปากบาน เหงือกแดงๆ ของหนูเหมือนมีจุดขาวๆ แม่เลยให้คุณยายดู ซึ่งเราเข้าใจว่า ฟันด้านล่างซี่หน้าของหนูน่าจะกำลังขึ้น แต่ดูไปดูมาก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือป่าว เพราะก็ยังเห็นไม่ชัดมาก เดี๋ยวสังเกตดูต่อไปนะจ๊ะ

ตั้งแต่ที่หนูไปหาคุณหมอครั้งที่แล้ว คุณหมอก็แนะนำให้แม่ซื้อแปรงสีฟัน Step ที่หนึ่งให้หนูใช้ เพื่อให้หนูคุ้นเคยกับการแปรงฟัน มันจะดูไม่ค่อยเหมือนแปรงหรอกจ๊ะ มันเป็นยางนิ่มๆ เอาไว้ให้หนูอมเล่น ซึ่งแรกๆ หนูก็คงจะอมเล่นตามประสาที่หนูชอบอมโน่นอมนี่แหละนะ แต่ก็เพื่อฝึกหนูให้คุ้นเคยก่อนเนอะ เดี๋ยวถึงเวลาแปรงฟันจริงๆ หนูจะได้ไม่งอแง

ถ้าหนูดอกไม้ขึ้นแล้ว แม่คงต้องดูแลความสะอาดช่องปากให้หนูมากกว่านี้ แต่แม่ไม่แน่ใจเลยว่าหนูจะยอมให้ทำหรือป่าว เพราะหนูจะชอบปัดเวลาที่มีใครเอาอะไรเข้าใกล้ปาก อีกทั้งตอนนี้หนูก็ยังไม่งดนมมื้อดึก ซึ่งแม่ก็ยังอยากให้หนูกินอยู่ ไม่งั้นวันๆ นึงหนูจะกินนมตอนกลางวันได้แค่ประมาณ 20-21 Oz. ถ้างดนมมื้อดึกไปจะทำให้ปริมาณนมที่หนูได้รับต่อวันน้อยมาก อย่างน้อยกลางคืนหนูก็จะดูดได้อีกซัก 2 Oz. แล้วก็หลับต่อ แต่ที่แม่เป็นกังวล เพราะเคยอ่านหนังสือแล้วเค้าบอกว่า ถ้ายังดูดนมกลางคืนอยู่ แล้วฟันขึ้นแล้ว อาจทำให้ฟันผุได้ ทำไงดี เดี๋ยวลองปรึกษาคุณหมอดีกว่าเนอะ

เดี๋ยวรอดูนะจ๊ะว่าใช่ดอกไม้น้อยๆ จริงหรือป่าว ดีใจจัง ลูกแม่ดอกไม้จะขึ้นแล้ว

รักลูกหมูน้อยนะจ๊ะ

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสไปเที่ยวนอกบ้านครั้งแรก


อาทิตย์นี้เป็นวันพ่อและเป็นวันหยุด long weekend แม่เลยชวนคุณพ่อ คุณตา คุณยายพาหนูออกไปเที่ยวสวนรถไฟกันตอนเช้า และช่วงบ่ายก็จะพาคุณตาไปทานข้าวที่ 13 เหรียญรีสอร์ทกันจ๊ะ
ตอนเช้าแม่ตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารให้หนูตั้งแต่ตี 4 ซึ่งก็เป็นเวลาที่หนูตื่นนั่นแหละจ๊ะ วันนี้แม่ทำข้าวบดตับให้หนู ซึ่งหนูต้องกินทั้งหมด 6 วัน แม่ตื่นขึ้นมาต้มน้ำซุบกระดูกหมู แล้วก็เตรียมของของหนู เช่นเบาะรองนอน ผ้ารองเปลี่ยนผ้าอ้อม แล้วก็อีกหลายอย่าง ต้องเตรียมไว้ก่อนเพราะกลัวลืม คุณยายก็กล่อมให้หนูนอนต่อ ปรากฏว่าหนูก็หลับต่อตอน 6 โมงเช้าจนถึงเจ็ดโมง พอหนูตื่นคุณยายก็จัดการอาบน้ำ แต่งตัวให้หนู วันนี้คุณแม่จัดชุดเอี๊ยมกางเกงสีชมพู กับหมวกขาว รองเท้าขาวให้หนู แต่งออกมาแล้วน่ารักจังเลยจ๊ะ ก็ทำไปทำมาปรากฏว่าได้ออกจากบ้านตอน 8 โมง
เรามาถึงสวนรถไฟตอนแปดโมงครึ่ง แม่พาหนูนั่งรถเข็นเพื่อไปหาที่ปูเสื่อนั่ง ก็เดินเข้าไปพอสมควร เพราะแม่ไม่รู้ว่าเค้านั่งกันตรงไหน หนูยังดูไม่ค่อยร่าเริงเท่าที่ควร ก็มองซ้าย มองขวาไปเรื่อยๆ แม่ดูเหมือนหนูจะง่วงๆอีกแล้ว หรือจะหิวหว่า เพราะพอหาที่นั่ง คุณยายลองป้อนนมให้หนู หนูก็ยอมดูดนม แต่ก็ดูดไปได้หน่อยนึงก็เลิกดูดแล้ว พ่อกับแม่เลยพาหนูนั่งรถเข็นมาเดินเล่นกัน ปล่อยให้คุณตาคุณยายนั่งพักไปก่อน แต่พอเดินไปได้ไม่นาน หนูก็ดูเหมือนจะงอแง แม่ก็เลยต้องอุ้มหนูขึ้นมาแล้วพาเดินกลับไปหาคุณตาคุณยาย แล้วแม่ก็เลยเอาข้าวขึ้นมาป้อนหนู ซึ่งหนูก็กินได้ดีน่ะ แม่นึกว่าหนูจะไม่ยอมกินตับซะแล้ว โชคดีจังที่หนูก็กินได้ดี ไม่งั้นแม่คงต้องกลับมาเปลี่ยน menu ให้อีก
เรานั่งเล่นกันอยู่ซักพัก พ่อกับแม่ก็เดินไปเข้าห้องน้ำ ให้หนูอยู่กับคุณตาคุณยาย พอกลับมาก็เตรียมของจะกลับ เพราะเริ่มสายแล้ว แดดก็เริ่มร้อน เรากลับกันประมาณเก้าโมงครึ่ง วันนี้เรามาเจอน้ามิ้นพาน้องพรีมมาเที่ยวด้วยเหมือนกัน ขากลับแม่ให้หนูถ่ายรูปคู่กับน้องพรีม น้องพรีมยิ้มร่าเริง แต่หนูของแม่เชิดได้ใจจริงๆ ง่วงใช่ไม๊ล่ะคนดี แต่พ่อกับแม่ก็ยังคงถ่ายรูปหนูต่อไป หนูหน้าตาเฉยเมยสุดๆ แต่ก็ไม่งอแงน่ะ นั่งเฉยๆ ให้ถ่ายรูป น้องพรีมยิ้มให้ก็ไม่ยอมยิ้ม เก็กจริงๆ เล๊ยสาวน้อยเอ๊ย
ถ่ายรูปกันหนำใจพ่อกับแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้เวลาพาลูกกลับแล้วจ๊ะ พอถ่ายรูปเสร็จหนูก็เริ่มงอแง คุณยายเลยอุ้มหนูขึ้นจากรถเข็น แล้วอุ้มกลับรถ หนูก็ร้องหงิง หงิง ตลอดทาง ร้องและทำตาเหมือนจะหลับ คงง่วงมากๆเลยซิลูก พอขึ้นรถ คุณยายก็ป้อนนมให้หนู ซักพักหนูก็หลับจนกลับมาถึงบ้านเลย
สรุปแล้ววันนี้ก็ดูหนูยังไม่ค่อยร่าเริงเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะง่วงมากๆ เอาไว้เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราไปกันใหม่นะจ๊ะ แม่อยากให้หนูได้สูดอากาศดีๆ และก็อยากให้ได้รู้จักกับคนอื่นๆ บ้าง อยากให้หนูมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ คน หนูจะได้มี EQ ที่ดีนะจ๊ะลูกรัก

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสครบรอบ 6 เดือน


วันนี้ฟ้าใสครบรอบ 6 เดือนแล้วนะจ๊ะ เผลอแป๊บเดียวหนูก็ได้ครึ่งขวบแล้วเนอะ ตอนนี้หนูเริ่มหม่ำอาหารเสริมมาได้ 2 weeks แล้ว ซึ่งตอนนี้หนูหม่ำได้ดีขึ้น ไม่ปัดช้อนเหมือนแต่ก่อนแล้ว และแถมยังอ้าปากเวลาป้อนด้วย แต่ช่วงนี้หนูกลับกินนมน้อยลง และก็นอนยากขึ้น นอนตอนกลางวันได้งีบละไม่กี่นาที วันละแค่ 2-3 งีบ ส่วนตอนกลางคืนก็ยังตื่นบ่อยประมาณ 3-4 ครั้ง หนูตื่นขึ้นมาเพื่อดูดจุกนมเล่น แต่ไม่ยอมกลืนนม แม่เห็นว่าหนูดูดๆ แต่ทำไมนมไม่ยุบเลยแฮะ แต่พอเอาขวดออกหนูก็ร้องไห้ เป็นอาการติดขวดแน่เลย

พ่อกับแม่คิดจะหักดิบ โดยปล่อยให้หนูร้องช่วงตี 1 หรือตี 2 โดยไม่อุ้มขึ้นมาดูดนม เพื่อไม่ให้หนูต้องตื่นขึ้นมาจุ๊บๆ ขวดอย่างเดียว แต่ก็ทำไม่ได้ซะที เพราะหนูร้องไห้เสียงดังและก็มีน้ำหูน้ำตาไหลทุกที ทำไงดีเนี่ย เดี๋ยวหนูจะปากและฟันไม่สวยนะลูก

ช่วงนี้หนูก็ยังคงคืบไปรอบๆ ตัวหรือบางทีก็ถอยหลัง และยังมีท่าตะแคงแขนเดียวเพิ่มเข้ามา ดูเหมือนจะพยายามนั่งแฮะ แต่หนูยังไม่คืบไม่คลานเลยนี่ ได้แต่ยกก้นขึ้นสูงๆ แล้วก็ล้มลงง่ะ

คนดีของแม่ ช่วงนี้หนูไม่ค่อยนอน ไม่ค่อยกินนม อาจจะเพราะห่วงเล่น สงสารคุณตาคุณยายนะลูกรัก หนูไม่นอน คุณตาคุณยายก็ต้องอยู่กับหนูทั้งวัน และคุณยายก็อยากให้หนูกินนมเยอะๆ คุณยายก็พยายามจะป้อนนมให้หนูจนเป็นเหมือนบังคับหนูแล้วหล่ะลูก

แม่หวังแค่ให้หนูเป็นเด็กดี เติบโตและแข็งแรง อยากให้หนูกินได้ นอนได้ แม่รู้ว่าหนูจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในทุกๆช่วง แต่แม่ก็แอบหวังให้หนูเป็นเด็กเลี้ยงง่าย คุณตาคุณยายจะได้ไม่เหนื่อยนะลูกนะ

วันนี้ขนมเค้กอาจจะไม่สวยนะจ๊ะ เพราะเป็นวันที่พ่อกับแม่ต้องไปทำงาน เลยไม่มีเวลาเลือกซื้อมากนัก แต่แม่ก็หาคุ๊กกี้ตุ๊กตามาปักให้หนูดูเล่น แบบน่ารัก น่ารักนะ

6 เดือนแล้วนะลูกรัก ไม่ว่ากี่เดือนผ่านไป แม่ก็ยังคงรักหนู และก็จะรักหนูอย่างนี้ตลอดไป หมูน้อยของแม่

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสหาหมอครั้งที่ 4


วันนี้ฟ้าใสมีนัดฉีดวัคซีนสำหรับ 6 เดือน และก็มีหยอดโรตาครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจ๊ะ วันนี้หนูแต่งตัวน่ารักไปหาคุณหมอ และหนูก็เป็นเด็กดี เพราะตอนอยู่กับคุณหมอวันนี้หนูไม่งอแงเลย หนูมองหน้าคุณหมอตลอด คงจะสงสัยซิจ๊ะ ว่าใครน้า หน้าไม่คุ้นเลย

วันนี้คุณแม่ถามคุณหมอเรื่องผื่นที่ขึ้นตามตัวหนู มันขึ้นมาซักเดือนนึงได้แล้ว ดูเป็นเหมือนขี้กลากขึ้นที่ขา และก็ที่พุง แม่ก็เข้าใจว่าผิวหนูคงแห้ง ก็ให้คุณยายทาครีมให้ ปรากฏว่าไม่หาย มันก็ยังคงเป็นวงขาวๆ อยู่และก็มาขึ้นตามแขนอีก และ 2-3 มานี้อากาศเย็นๆ ผื่นของหนูกลายเป็นสีแดงๆ ขึ้นมาด้วย แม่ก็เลยปรึกษาคุณหมอ คุณหมอดูแล้วก็บอกว่า น่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดได้จากอาหารบางอย่าง หรืออะไรก็ได้ซึ่งต้องคอยสังเกตุดู เช่นการระคายผิวจากผ้าที่ใส่ ผ้าปูที่นอน แต่หนูก็ใช้น้ำยาซักผ้านี้มานานแล้วนี่หน่า หรือช่วงก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่หนูกินมันเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม่ไม่แน่ใจว่าเป็นสาเหตุหนึ่งหรือป่าว หรือเป็นที่ช่วงนี้อากาศเย็นทำให้หนูยิ่งผิวแห้งขึ้นหรือป่าว อยากรู้จังว่าหนูแพ้อะไร แม่จะได้ระวัง

คุณหมอแนะนำไม่ให้อาบน้ำอุ่นเกินไปนัก ไม่ให้อยู่ที่อากาศร้อนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้งและอาการคันเพิ่มขึ้น คุณหมอบอกว่าโรคนี้เมื่อโตขึ้นก็มีโอกาสหาย 50% แม่ขอให้หนูเป็น 1 ใน 50 คนที่มีโอกาสหายนะลูก เพราะแม่สงสารหนูจัง ยิ่งตอนนี้ถ้าหนูคัน หนูก็คงยังเกาไม่เป็น และหนูก็ยังบอกแม่ไมได้ โธ่ลูกรัก แม่อยากเป็นแทนหนูจังเลย

คุณหมอให้ยามาทา ซึ่งอาจจะช่วยให้หนูหายคันไปบ้าง และแม่ก็ตั้งใจจะเปลี่ยนครีมอาบน้ำให้หนูอย่างที่คุณแม่ห้องปั๊มนมแนะนำมา รู้สึกจะชื่อ "ออยลาตุ้ม" ซึ่งเอาไว้หยดใส่น้ำแทนการใช้ครีมอาบน้ำ หนูจะได้ผิวไม่แห้งนะลูกนะ ลูกรัก แม่ขอโทษนะ ที่แม่ไม่รู้ว่าทำไมหนูถึงเป็น แต่แม่ก็ยังหวังว่าหนูจะหายนะจ๊ะ

วันนี้หนูโดนหยอดโรต้า และฉีดยา 1 เข็ม ตอนหยอกโรต้า พยาบาลใจดีค่อยๆ หยอดให้หนู หนูก็โวยวายนิดหน่อย เช่นเดียวกับฉีดยา ก็ร้องนิดเดียวเอง เก่งจังเลยลูก ตอนแรกวันนี้แม่จะขอให้ตุณหมอฉีด IPD ให้ด้วย แต่คุณหมอแนะนำว่าไปฉีดตอน 7 เดือนเลยดีกว่า จะได้ฉีดแค่ 3 เข็ม ก็ดีเหมือนกันจ๊ะ หนูจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว 2 ครั้งในวันนี้

ตอนนี้น้ำหนักหนูก็ไม่ได้ขึ้นจากครั้งที่แล้วมากนัก ผ่านมา 2 เดือนน้ำหนักขึ้นไม่ถึง 1 โลเลยขึ้นมาแค่ 7.5 g. อาจเป็นเพราะหนูเริ่มเล่นเยอะขึ้นแล้ว ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าจากนี้น้ำหนักก็จะขึ้นน้อยลงอีก เพราะหนูจะห่วงเล่นมากขึ้น แต่ส่วนสูงของหนูก็ขึ้นได้ดี ยาวจากครั้งที่แล้ว 3.5 cm. ซึ่งทั้งน้ำหนักและส่วนสูงก็ยังสูงกว่าค่า mean เล็กน้อย

คนดีของแม่ แม่ขอให้หนูโตไวๆ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บนะจ๊ะ เวลาหนูเป็นอะไร แม่จะกังวลใจมากๆ เลย ถ้าหนูโตกว่านี้ หนูคงบอกแม่ได้ว่าหนูเจ็บป่วยอะไร แม่จะช่วยหนูทุกอย่างเลย แต่ตอนนี้แม่ก็ต้องเดาเอาว่าหนูเป็นอะไร แม่ตั้งใจดูแลหนูอย่างดี แต่หนูก็เป็นภูมิแพ้จนได้ แม่ขอโทษนะลูกนะ

บันทึกการตรวจสุขภาพ อายุ 6 เดือน
ความสูง 65.5 cm.
น้ำหนัก 7405 g.
รอบหัว 41.5 cm.
รอบอก 44.5 cm

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสเริ่มหม่ำอาหารเสริม


เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่แม่กับพ่อตั้งใจให้อาหารเสริมกับหนู เพราะถ้าหนูได้ 6 เดือน หนูต้องได้รับอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ ตอนนี้หนูก็ 5 เดือนครึ่งแล้ว แม่เลยลองให้หนูเริ่มก่อนวันละช้อน เพื่อให้หนูชิน และดูว่าหนูแพ้อะไรหรือป่าว

เมื่อวานนี้แม่เริ่มด้วยข้าวกล้องบดผสมนมแม่ แม่บดด้วยที่บดมือ เลยดูไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ พอเอามาป้อนหนู หนูก็ปัดออก เพราะหนูต่อต้านเวลามีอะไรที่เข้ามาใกล้ปากหนูอยู่แล้ว แม่พยายามอีกครั้งโดยการพาหนูไปนั่งดูสวน แล้วให้พ่อช่วยป้อนด้วยช้อนก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ พ่อเลยบอกว่าให้ป้อนโดยการใช้นิ้วมือแล้วจิ้มข้าวป้ายปากหนู แม่ก็เลยให้พ่อจัดการไปล้างมือมาป้อนข้าวหนูด้วยมือ ปรากฏว่าก็ยังไม่สามารถป้อนได้ หนูก็ยังสะบัด แต่ครั้งนี้ อาจจะพอมีข้าวติดปากหนูอยู่บ้าง หนูก็คงพอจะได้ลิ้มรส

ทำไงดีหนอ ยังไงก็ไม่สำเร็จ ผลสุดท้ายเลยเอาข้าวในถ้วยให้หนูเอามือไปจุ่มเล่นซะเลย ซะเลย แล้วก็เอาช้อนมาให้หนูคาบเล่น เอ๊ยไม่ช่าย เอามาให้อมเล่น หนูจะได้ชิน แล้วก็ไม่กลัว เมื่อวานก็เลยจบกันที่เลอะเทอะกันทั้งพ่อ แม่ ลูก อิอิ หนุกอะดิ

วันนี้เอาใหม่ แต่วันนี้คุณตาคุณยายอยู่ด้วย วันนี้แม่ให้หนูกินตอน 11 โมง โดยวันนี้แม่เอาข้าวกล้องกับนมแล้วก็น้ำต้มสุกใส่เครื่องบดแทน ซึ่งข้าวออกมาก็ดูละเอียดขึ้น แต่ก็ยังแข็งๆ อยู่ พรุ่งนี้คงต้องใส่นมเยอะกว่านี้หน่อย วันนี้คุณยายเป็นคนจัดการป้อน คุณแม่อุ้มหนู แล้วคุณตากับพ่อคอยล่อให้หนูอ้าปาก วันนี้คุณยายป้อนเข้าปาก แต่หนูก็เอาลิ้นปิ้นข้าวออกมา แม่ก็เอามือแหย่ข้าวเข้าไป หนูก็ปลิ้นออกมาอีก แต่แม่ก็ได้ยินเสียงหนูจ๊วบๆ เข้าไปบ้าง แต่หนูทำหน้าเหยเกเลย ตอนข้าวเข้าปาก แม่กลัวหนูเกลียดข้าวแล้วจะไม่ยอมกินอีกจังเลย คุณยายลองป้อนอีกคำ แต่ครั้งนี้หนูเอามือปัดข้าวหกใส่เอี๊ยมเลย แม่เลยตักข้าวติดปลายช้อนอีกหน่อยป้อนหนู หนูก็ยังไม่ยอมกิน แต่ข้าวก็คงเข้าปากไปหน่อย เพราะแม่เห็นหนูทำหน้าแหยๆ แล้วก็มีเสียงจ๊วบๆด้วย

ลูกรักของแม่ กินข้าวเถอะนะคนดี หนูจะได้โตไวๆ แล้วก็แข็งแรง แม่เริ่มกลุ้มใจแล้ว ไม่รู้หนูจะยอมกินดีๆ เมื่อไหร่ พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานแล้ว คุณตากับคุณยายต้องเป็นคนป้อนหนู อย่าดื้อนะคนเก่ง

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ลอยกระทงครั้งแรกของฟ้าใส


วันนี้เป็นวันลอยกระทง เมื่อวานพ่อกับแม่ไปใส่บาตรที่ตลาด แล้วเหลือบไปเห็นกระทงน้อยๆ ก็เลยคิดว่าซื้อไปให้หนูลอยดีกว่า อันละ 15 บาท น่ารักดี

วันนี้พ่อกับแม่เลยรีบกลับจากทำงาน เพื่อจะได้มาลอยกระทงกับหนู แต่รีบยังไงมาถึงก็เกือบ 2 ทุ่มแล้ว เพราะแม่ทำงานไกลมาก โชคดีที่หนูยังไม่นอน กลับมาแม่เห็นคุณตาเตรียมน้ำใส่กะละมังกับกระทงน้อยไว้ให้ แม่เลยยกขึ้นไปหาหนูในห้องนอนคุณตาคุณยาย แล้วให้พ่อเอาไฟแช๊คตามขึ้นไป เพื่อจะจุดธูปกับเทียน

พอเอากระทงให้หนู หนูก็สนใจ อาจเพราะสีสันสดใส แล้วก็เป็นของแปลกใหม่ หนูจับเล่นจนพ่อคิดว่าไม่จุดไฟดีกว่า เพราะกลัวโดนมือหนู แม่เอาน้ำให้หนู คุณตาเลยช่วยจับมือหนูลอยกระทง แม่กับทุกคนอธิษฐานเสียงดังๆ ให้หนูเป็นเด็กดี โตไวๆ แล้วก็แข็งแรงนะลูกรัก

อีกหน่อยพอหนูโตแล้ว หนูคงได้รู้จักประเพณีดีๆ ของไทยเรา แล้วแม่กับพ่อจะพาหนูไปลอยกระทงในสระน้ำจริงๆ นะจ๊ะคนดี

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสไปเที่ยวบ้านคุณตา คุณยาย


เนื่องจากอาทิตย์นี้เป็น long weekend พ่อกับแม่ได้หยุดงาน 3 วัน คุณยายเลยชวนฟ้าใสไปบ้านคุณยาย ตอนแรกคุณยายอยากให้ไปค้างคืนด้วย แต่พ่อยังไม่อยากให้ไป เพราะต้องขนของอีกเยอะ แล้วก็อยากให้ลองดูก่อนว่าลูกจะงอแงหรือเปล่า

บ้านคุณตาคุณยายอยู่แค่สะพานใหม่ แต่เราเตรียมของลูกเหมือนไปต่างจังหวัด มีทั้งเปลเข็น เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม ผ้าปูรองคลาน แล้วที่ขาดไม่ได้คือขวดนมอีก 5 ขวด พร้อมทั้งเครื่องปั๊มนมของแม่ แต่แม่กลับลืมที่อุ่นนมไปง่ะ ก็เลยต้องใช้น้ำร้อนใส่แก้วอุ่นให้ลูก แต่ก็ OK. นะ ใช้ได้เหมือนกัน

เราออกจากบ้านกันสายๆ ประมาณ 9 โมงกว่าๆ เดินทางแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว วันนี้ลุงป๋อง ป้าศรี พี่ปิ๊ก พี่ปุ้ย และก็แม่ของพี่ศรีก็จะมาหาหนูที่บ้านคุณยายด้วยเหมือนกัน พี่ปุ้ยชอบมาเล่นกับหนู พอเราไปถึง คุณยายก็เรียกขวัญให้หนู แล้วพาเข้าบ้าน หนูไม่ได้รู้สึกแปลกๆ อะไร ก็ยังคงเล่นสนุกกับทุกๆคนเหมือนเดิม แต่ก็มีงอแงตอนง่วงนอนนิดหน่อย เป็นปกติของหนู

สรุปว่าหนูสามารถอยู่ได้ พ่อกับแม่ก็เลยคิดว่าครั้งหน้าคงพาหนูมาค้างได้ เอาไว้หยุดหลายๆ วันก่อนนะจ๊ะ แล้วค่อยไปกันใหม่นะคนเก่ง

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสครบรอบ 5 เดือน


วันนี้เป็นวันปิยมหาราช และก็ตรงกับวันครบรอบ 5 เดือนของฟ้าใสด้วยจ๊ะ วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่หยุดงาน ก็เลยออกไปซื้อของเตรียมไว้ให้หนู เพระเดือนหน้าหนูก็ต้องรับอาหารเสริมแล้ว แม่กับพ่อเลยไปซื้อเครื่องบดอาหารไฟฟ้ากับหม้อตุ๋นเตรียมไว้

ช่วงนี้หนูก็ยังพยายามจะคืบอยู่ และพอไม่ได้ก็หงุดหงิดเหมือนเดิม หนูจับของได้แม่นขึ้น และก็ใช้ 2 มือจับ แต่จับได้แป๊บเดียวก็จะปล่อยของทิ้ง และช่วงนี้หนูก็นั่งได้เองเพียงแต่ต้องมีอะไรมาดันหลังไว้ ในส่วนของการนอน เดี๋ยวนี้หนูเริ่มนอนกลางคืนได้ยาวขึ้น ช่วงสัปดาห์ที่แล้วหนูนอน 4 ทุ่มแล้วก็ตื่นมาตอน ตี 1 หรือตี 2 เพื่อหม่ำนมแล้วก็นอนยาวถึงตี 5 หรือบางทีก็ 6 โมงเช้า ดีจังเลยลูกรัก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแม่ไปซื้อหนังสือนิทานมาอ่านให้หนูฟัง ซึ่งช่วงนี้หนูก็ตั้งใจฟังขึ้น จนบางครั้งแม่อ่านได้จนจบเล่มเลย หนูสนใจรูปภาพในหนังสือ และพยายามจะจับออกมาเล่น แต่แม่ก็จะบอกว่าเอาออกมาเล่นไม่ได้นะจ๊ะ พี่ช้าง พี่กระต่าย พี่กระรอก กระแต อยู่ในหนังสือจ๊ะ

วันนี้คุณพ่อชั่งน้ำหนักให้หนู ได้ประมาณ 7.1 Kg. แล้ว และวันนี้แม่กับพ่อก็ซื้อขนมเค้กมาให้หนูเป่าเทียนอีก หนูก็ยังสนใจแสงเทียนเหมือนเดิม และก็จะคว้าขนมเค้กมาเล่น จนแม่เกือบดึงออกไม่ทัน แม่ปล่อยให้หนูนั่งเอง เพื่อจะถ่ายรูปให้หนู พอแม่ปล่อยได้แป๊บนึง หนูก็กลิ้งลงมาข้างๆ ตลกจัง อิอิ คุณยายรีบอุ้มหนูขึ้นเพราะกลัวหนูจะตกใจ แต่ปรากฏว่าหนูยิ้มชอบใจแหละ

5 เดือนแล้วนะคนเก่ง พ่อกับแม่ดีใจที่เห็นการเติบโตของหนูทุกๆ วัน ดีใจที่หนูเป็นเด็กแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดี

พ่อกับแม่รักหนูทุกๆวัน นะจ๊ะ ไม่ใช่เฉพาะวันเกิดของหนู หมูน้อยของพ่อกับแม่

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสท้องเสียจ้า


วันนี้คุณแม่หยุดงาน เพราะคุณแม่ไม่สบาย เป็นหวัดง่ะ แม่กลัวหนูติดจัง แต่แม่ก็ใส่หน้ากากตลอดนะจ๊ะ หนูคงแปลกๆ หน้าเนอะ

วันนี้หนูอึ๊แต่เช้า แล้วก็อึ๊อีกตอนสายๆ ซึ่ง 2 ครั้งแรกคุณยายบอกว่าก็ปกติดี แต่พอครั้งที่ 3 ที่แม่เห็นมันมีแต่น้ำ ไม่มีกากเลยและก็สีเขียวๆ แม่เลยคิดว่าหนูคงท้องเสียแล้วหล่ะ เลยโทรไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อเลยให้แม่โทรไปที่โรงพยาบาลก่อน แม่ก็โทรไป พยาบาลที่รับสายบอกว่าให้แม่หยุดให้นมหนู แล้วให้เกลือแร่ ถ้าเป็นของผู้ใหญ่ ก็ให้ชงครึ่งซองต่อน้ำ 5 Oz. และถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ให้พาไปโรงพยาบาล

แม่ก็กลับมาชงให้หนูกิน แต่บ้านเรามีแต่เกลือแร่ผู้ใหญ่ แม่ไม่กล้าใช้ถึงครึ่งซอง เพราะในนั้นเค้าเขียนว่า ทารกให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ แม่ก็เลยใช้ไปนิดเดียวต่อน้ำ 4 Oz. ปรากฏว่าหนูก็ยังมีถ่ายกระปิดกระปรอยเป็นน้ำออกมาอีก 2 ครั้ง แต่ถึงแม้หนูจะถ่ายทั้งหมด 5 ครั้ง หนูก็ยังดูร่าเริงอยู่ ไม่ซึมเลย แต่พ่อกับแม่ก็ตัดสินใจพาหนูไปหาหมอดีกว่า เผื่อเดี๋ยวกลางคืนหนูเป็นหนัก แล้วจะลำบาก

พอพาหนูไปหาหมอ หนูก็ยังคงร่าเริงอยู่ คุยกับคุณหมอแล้วก็ยิ้มกับเค้าไปทั่ว คุณหมอถามว่าขวดนมที่ล้างทำอย่างไร แม่ก็บอกว่าแม่นึ่งทุกขวด คุณหมอก็เพียงแต่ให้ระวังเรื่องความสะอาด ซึ่งแม่ก็คิดว่า อาจจะเป็นช่วงนี้ที่หนูชอบอมมือและก็ของเล่นของหนูอยู่บ่อยๆ บางทีมือและของเล่นของหนูอาจจะไม่สะอาดก็ได้ แม่เลยบอกให้คุณยาย ช่วยเช็ดมือให้หนูบ่อยๆ คุณหมอยังบอกอีกว่า ไม่ให้กินเกลือแร่ เพราะไตจะทำงานหนักที่ต้องขับเกลือออกมา และก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่คุณหมอให้หนูกินนมได้ปกติ เพื่อที่จะให้อึ๊ไล่ของเสียออกให้หมด และคุณหมอก็ให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อโรคในช่องท้อง ให้กินติดต่อกัน 3-5 วัน แล้วก็ให้ยาแก้ท้องอืดมาด้วยจ๊ะ

หลังจากหาหมอเสร็จก็กลับมาบ้าน หนูกินนมในรถไปเกือบ 6 Oz. อาจจะเพราะหนูหิวที่หยุดนมไปหลายชั่วโมง พอกลับมาบ้าน คุณพ่อก็ยังไม่ให้ป้อนยา เพราะไม่อยากให้หนูกินยามาก และดูอาการว่าหนูยังถ่ายอยู่หรือป่าว ปรากฏว่าหนูไม่ถ่ายอีก แม่ก็เลยไม่ได้ป้อนยาหนู

วันถัดมา หนูก็ไม่อึ๊แล้ว คุณยายโทรไปหาคุณยายที่ต่างจังหวัด ถามว่าหนูเป็นอะไร ซึ่งคุณยายบอกว่าอาจจะเป็นช่วงที่หนูยืดตัว ก็เลยจะท้องเสีย ซึ่งก็มีคนบอกแม่มาอย่างนั้นเหมือนกัน และหนูจะท้องเสียอีกช่วงที่หนูมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนูไม่สบาย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะลูกของแม่แข็งแรงอยู่แล้วเนอะคนเก่ง
ห่วงลูกมากมายเลยจ๊ะ

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสหาหมอครั้งที่ 3


วันที่ 27 ก.ย. 2552 พ่อกับแม่ และก็คุณยาย พาหนูไปหาคุณหมอ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว หลังจากที่หนูคลอดออกมา การหาหมอครั้งนี้เป็นการตรวจหลังครบรอบ 4 เดือน ซึ่งวันนี้หนูต้องรับวัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ ฮิบ ซึ่งรวมอยู่ในเข็มเดียวกัน และหนูก็ต้องหยอดวัตซีนโรต้าด้วย

วันนี้หนูน่ารักมากๆ พอเข้าไป ร.พ. หนูก็ยิ้มให้คนโน้นคนนี้ พยาบาลจับหนูวัดตัว ชั่งน้ำหนัก หนูก็ไม่ร้องไห้ หรือเพราะหนูมัวแต่สนใจโมบายที่เค้าแขวนไว้ให้ดูหรือป่าวไม่รู้ แล้วพอหนูวัดตัวเสร็จ แม่เลยให้หนูนอนมองโมบายอยู่ตรงนั้นตั้งนาน แต่พอหนูเข้าไปหาคุณหมอ แรกๆ ก็คุยกับคุณหมอดีอยู่ แต่ซักพัก ทำไมร้องไห้หว่า แม่หล่ะ ง๊ง งง

คุณหมอบอกว่าหนูแข็งแรงดี และก็นั่งได้เหมือนเด็ก 6 เดือน คุณหมอแนะนำให้หนูกินนมแม่อย่างเดียวไปจนครบ 6 เดือนก่อนนะจ๊ะ แล้วค่อยกินอาหารเสริม เพราะนมแม่มีประโยชน์ที่สุดแล้วจ๊ะ ซึ่งถ้าดูจากบันทึกการตรวจสุขภาพของหนู ก็น่าจะเห็นได้ชัดว่า หนูกินนมแม่แล้วแข็งแรง โตไว และก็ไม่เป็นหวัดด้วย ถึงหนูจะมีไอและจามบ้างนิดหน่อย แต่วันนี้หลังจากกลับจาก ร.พ. หนูเป็นไข้อ่อนๆ และกลางคืนหนูก็งอแงเล็กน้อย คงเป็นเพราะฤทธิ์ของวัคซีนน่ะจ๊ะ

ตอนนี้น้ำหนักหนู 6700 กรัมแล้วนะลูก และส่วนสูงก็เพิ่มขึ้น จนกราฟของหนูชันขึ้นเลยหล่ะ แม่ดีใจจัง

กินเยอะๆ โตไวๆ แล้วก็เป็นเด็กแข็งแรงนะจ๊ะ คนดีของพ่อกับแม่

บันทึกการตรวจสุขภาพ อายุ 5 เดือน
ความสูง 62 cm.
น้ำหนัก 6700 g.
รอบหัว 41.5 cm.
รอบอก 41.5 cm.

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสครบรอบ 4 เดือน


วันนี้ วันที่ 23 กันยายน 2552 ฟ้าใสครบรอบ 4 เดือนแล้วนะลูก ช่วงนี้ลูกของแม่พลิกคว่ำ พลิกหงายได้เองแล้ว แต่พอคว่ำทีไรก็พยายามจะคืบ พอไปไม่ได้ก็จะร้องไห้ทุกที และเดี๋ยวนี้หนูก็คุยเก่งขึ้น อ้อแอ้ อ้อแอ้คุยกับคุณตาทั้งวัน แล้วหนูก็เป็นเด็กรับแขก เพราะหนูยิ้มเก่งมากๆ น่ารักจังเลยลูก

วันครบรอบหนู 4 เดือน คุณพ่อกับคุณแม่ก็ซื้อเค้กมาให้หนูอีก วันนี้คุณพ่อเลือกเค้กหน้าหมีแพนด้ามาให้หนู พอคุณพ่อกับคุณแม่กลับจากทำงาน ก็รีบจุดเทียน แล้วเอาเค้กขึ้นไปให้หนูที่ห้องคุณตาคุณยาย ตอนนั้นหนูกำลังงอแงหน่อยๆ แต่พอเห็นแสงเทียน หนูก็กลับมาสนใจมองแสงเทียน ตอนนี้หนูคงยังไม่ค่อยเข้าใจเนอะ ว่าพ่อกับแม่ทำไรกันเนี่ย เดี๋ยวโตอีกหน่อยหนูคงได้เป่าเทียนเองนะจ๊ะ ส่วนวันนี้แม่ขอเป่าแทนให้หนูก่อน พร้อมทั้งอธิษฐานให้หนูเป็นเด็กดี แข็งแรง เลี้ยงง่ายๆ โตไวๆ นะจ๊ะ

เราอยู่ด้วยกันมา 4 เดือนแล้วนะจ๊ะลูก คุณพ่อกับคุณแม่รักหนูทุกๆวันเลยจ๊ะ คนดี

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสคว่ำได้แล้วจ้า


วันนี้คุณยายโทรมาหาแม่ตอนบ่ายๆ แล้วบอกว่าฟ้าใสคว่ำได้แล้ว คุณยายเล่าว่า พออาบน้ำให้หนูเสร็จ แล้วเอาหนูมาแต่งตัว พอวางหนูลง หนูก็คว่ำได้เลย แม่ว่าที่หนูคว่ำได้ง่าย อาจเพราะตอนนั้นหนูตัวล่อนจ้อน มันคงคว่ำสะดวกกว่าตอนที่หนูมีแพมเพิสติดก้นอยู่แน่ๆ เลย

แม่ดีใจจังเลยจ๊ะ หนูมีพัฒนาการดีมากๆ นี่ก็แค่ 3 เดือนครึ่งเอง ถึงแม้ตอนนี้หนูจะยังคว่ำไม่ค่อยถนัดนัก เพราะพอคว่ำแล้วก็ยังติดๆ แขนอยู่ แต่แม่ว่าหนูก็เก่งแล้ว แต่ที่แม่สงสัย ทำไมพอหนูคว่ำได้พักนึง หนูก็จะร้องไห้ คุณยายบอกว่าพอหนูคว่ำได้ หนูก็ทำท่าอยากจะคืบเลย ไม่ต้องรีบนะลูกนะ ค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวหนูก็ทำได้เอง

ลูกจ๋า แม่ดีใจที่หนูเป็นเด็กแข็งแรง สมบูรณ์ และมีพัฒนาการที่ดี แม่เฝ้ามองดูหนูเติบโตขึ้นทุกๆวันอย่างมีความสุข และอยากให้หนูเป็นเด็กแข็งแรงอย่างนี้ตลอดไป

แม่รักลูกนะจ๊ะ

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เมื่อแม่ก็ต้องกลับไปทำงาน

มาถึงวันนี้ แม่ก็กลับไปทำงานได้อาทิตย์นึงแล้ว วันแรกที่แม่ต้องไปทำงาน หนูตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตี 4 แล้วก็ร้องงอแงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้แม่ใจเสียมากเลยลูก และก็ไม่อยากไปทำงาน อยากจะอยู่กับลูก แต่แม่ก็ยังมีภาระและเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงต้องเตรียมปัจจัยไว้ให้หนู เพื่อหนูจะได้มีอนาคตที่ดีดีนะลูกนะ

หนูตื่นเช้า พ่อกับแม่ก็เลยไปทำงานเช้าด้วย แต่ก็ดีจ๊ะ เพราะถึงแม่จะไปทำงาน แต่แม่ก็ยังตั้งใจจะปั๊มนมให้หนูไว้กินด้วย วันแรกแม่เลยต้องขึ้นไปดูสถานที่ปั๊มนม ซึ่งเป็นห้องพยาบาล เข้าไปแรกๆ ก็เขิน เพราะยังไม่รู้จักใคร แต่คุณแม่ทั้งหลายที่เข้ามา ล้วนแต่เป็นคนน่ารัก ทำให้แม่รู้สึกสบายใจขึ้น คุณแม่บางคนลูกได้ขวบกว่าแล้ว ก็ยังคงปั๊มนมไว้ให้ลูกกิน เก่งๆ กันทั้งนั้นเลย แม่เองก็อยากทำได้อย่างนั้นเหมือนกัน แต่ขอเป็นระยะสั้น มองซักได้ 6 เดือนก่อนแล้วกันนะลูก อาจจะเพราะด้วยงานของแม่ ซึ่งมีประชุมอยู่บ่อยๆ ทำให้ไม่มีเวลาขึ้นไป แต่แม่จะพยายามจ๊ะ และอีกเรื่องที่แม่เองสบายใจ ก็เพราะหัวหน้างานอย่างพี่เอ๋ที่น่ารักมาก ที่ให้แม่ขึ้นไปปั๊มนมได้ ทั้งๆที่ก็กินเวลางานบ้างนิดหน่อย แถมยังรอกินข้าวอีกต่างหาก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นกำลังใจให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตลอดรอดฝั่งนะจ๊ะ

ทั้งอาทิตย์ที่ไปทำงาน แม่คิดถึงหนูตลอดเลย อยากกลับมาหอมแก้มป่องๆ ของหนูเร็วๆ แต่แม่ก็ยังสบายใจที่คุณตากับคุณยายเป็นคนเลี้ยงหนู เพราะท่านจะเลี้ยงหนูเป็นอย่างดี ตอนนี้คุณยายต้องเข้ามาเลี้ยงหนูในห้องนอนของเราตั้งแต่ตี 5 เพราะแม่ต้องตื่นมาปั๊มนมและเตรียมนมไว้ให้หนู แล้วคุณพ่อก็ต้องล้างขวดนม ช่วงนี้หนูตื่นบ่อย เป็นตี 1 , ตี 3 และก็ตี 5 อาจเป็นเพราะแม่งดนมชง แล้วให้นมแม่กับหนู 100% ทำให้หนูนอนได้ไม่นานเพราะนมแม่จะย่อยง่าย หนูก็จะหิวเร็ว แต่ตื่นตี 5 ก็ถือเป็นการปลุกพ่อกับแม่ไปด้วยในตัว แต่ถ้าให้ดีไม่ตื่นตี 1 ได้ไม๊ลูก แม่ขอร้องงง

อยู่กับคุณตาคุณยายดีๆ นะลูก อย่างอแง เป็นเด็กดี คุณตาคุณยายจะได้ไม่เหนื่อยมากนะจ๊ะ แล้วพ่อกับแม่จะรีบกลับมาหาหนูนะจ๊ะคนดี

รักลูกมากๆจ๊ะ

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสครบรอบ 3 เดือน








วันนี้ (23 ส.ค. 2552) ฟ้าใสครบรอบ 3 เดือนแล้วนะลูก ช่วงนี้พัฒนาการของหนูก็มีเพิ่มขึ้นตามลำดับ หนูจับของได้แล้ว และก็คุยอ้อแอ้มากขึ้น แถมยังยิ้มเก่งอีกต่างหาก แต่นั่นหมายถึงตอนหนูอารมณ์ดีนะจ๊ะ เพราะถ้าหนูอารมณ์ไม่ดี หนูก็จะทำหน้าเฉยๆ พูดด้วยก็ไม่ยอมพูดด้วย

ตั้งแต่ 2 เดือนครึ่ง ที่หนูเริ่มคอแข็ง เวลาวางหนูลงนอนบนเบาะ หนูก็พยายามจะคว่ำ แต่ก็ยังคว่ำไม่ได้ ซึ่งทำให้หนูหงุดหงิด แล้วก็ร้องไห้ ไม่ต้องรีบหลอกจ๊ะคนเก่ง เดี๋ยวหนูก็คว่ำได้เอง

ในเดือนนี้คุณหมอไม่ได้นัดไปตรวจ จะนัดอีกทีก็ตอน 4 เดือน เพราะจะมีรับวัคซีนด้วย แม่เลยชั่งน้ำหนักให้หนูเอง ก็น่าจะอยู่ประมาณ 5.7 kg. ก็ขึ้นจากเดือนที่แล้วมาแค่ 4 ขีด ไม่รู้เป็นเพราะช่วงนี้หนูไม่ค่อยกินนมหรือป่าว เวลาให้นมหนูก็จะส่ายหน้าไป ส่ายหน้ามา แล้วก็เอาลิ้นดุนออก ซึ่งแม่เข้าใจว่าหนูอาจจะห่วงเล่นมากขึ้น

วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็ซื้อเค้กมาให้หนูอีก เป็นเค้กรูปม้าลายนะ แถมมีเทียนมาให้หนูด้วย พอคุณพ่อจุดเทียน แล้วเอาเค้กไปให้หนู หนูก็สนใจแสงเทียนมากๆ ดูใหญ่เลย แต่ตอนนี้หนูยังเป่าเค้กไม่ได้ คุณแม่เลยเป่าแทน เช่นเดียวกับขนมเค้ก ที่ก็เสร็จคุณพ่อ คุณแม่แล้วก็คุณตา คุณยายเหมือนเดิม

3 เดือนแล้วนะคนดี คุณยายบอกว่า 3 เดือนไปแล้วหนูจะเลิกอ้อน ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ นะจ๊ะ และแม่ก็ขอให้หนูเป็นเด็กแข็งแรง โตไวๆ เป็นคนเก่งและคนดีของพวกเราทุกคนนะจ๊ะ

ปล. แม่แอบหวังว่ากลางคืนหนูจะไม่ตื่นบ่อย เพราะแม่ต้องไปทำงานแล้ว นะจ๊ะคนดี คุณแม่ขอร้องงงงง

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสคอแข็งแล้วค่ะ

ฟ้าใสเริ่มคอแข็งตั้งแต่ประมาณฟ้าใสได้ 2 เดือนครึ่ง หรือเข้าสู่เดือนสิงหาคม เพราะแม่สามารถอุ้มแบบหิ้วปีกหนู โดยจับใต้แขนขึ้นมาแล้วไม่ต้องรองคอได้แล้ว แม่ว่าฟ้าใสคอแข็งค่อนข้างเร็ว เพราะคุณยายบอกว่าปกติเด็กน่าจะซัก 3 เดือนถึงจะคอแข็งนะ

และเมื่อเช้าคุณแม่ให้คุณยายจับหนูนอนคว่ำ หนูก็สามารถชันคอขึ้นมาได้แล้ว เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน หนูยังชันได้ไม่สูงขนาดนี้เลยจ๊ะ

ลูกแม่เก่งจริงๆ เลย แม่เลยถ่ายรูปหนูไว้ Show คุณพ่อด้วยแหละ

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

น้ำนมแม่







ใกล้เวลาที่แม่ต้องไปทำงานแล้ว หลังจากที่หยุดอยู่กับลูกมา 3 เดือน วันจันทร์ที่ 24 สิงหา นี้แม่ก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว สิ่งที่แม่ยังเป็นกังวลอยู่ก็คือ แม่จะมีเวลาปั๊มนมให้หนูหรือป่าว ทั้งสถานที่ก็เป็นอีกอุปสรรคนึง

ตั้งแต่ที่หนูคลอดออกมา เริ่มแรกหนูก็ดูดนมจากอกแม่ แต่วันที่พ่อกับแม่พาหนูไปหาคุณหมอตอนครบ 7 วัน คุณหมอบอกว่าหนูตัวเหลือง และนัดให้พาหนูมาหาใหม่ในอีก 2 วันถัดมา ถ้าไม่หายอาจจะต้องช่วยด้วยการส่องไฟ ซึ่งสาเหตุของการตัวเหลืองก็คือ หนูกินนมไม่พอ และน้ำหนักหนูก็ลดลง แม่เองก็มือใหม่ ไม่รู้ว่าทำไมนมไม่พอ เพราะตอนหนูดูดนมแม่ หนูก็ดูดเป็นชั่วโมง แต่แม่สังเกตุเห็นว่านมหกเลอะเทอะเต็มไปหมด เพราะนมแม่มาค่อนข้างเยอะ นั้นแสดงว่าหนูดูดแต่ว่าไม่ได้กลืนลงไป แม่ไม่แน่ใจว่าหนูดูดนมแม่ไมถนัดหรือป่าว ถึงกลืนไม่ได้ จากวันที่หมอบอก ทำให้พ่อกับแม่ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการให้นม จากการดูดจากอกมาเป็นดูดจากขวด ด้วยการปั๊มนมแม่ใส่ขวดให้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดหักเหที่ทำให้ลูกไม่ได้กลับมาดูดนมจากอกแม่อีก แม่ค่อนข้างเสียใจที่ไม่สามารถให้นมหนูแบบนั้นได้ เพราะแม่อยากให้หนูกับแม่ได้โอบกอดกันเวลาแม่ให้นมเหมือนเดิม มันเป็นสัมผัสที่อบอุ่นที่แม่คิดว่าลูกก็คงรับรู้ได้ แต่เพื่อให้ช่วงวิกฤตินั้นผ่านพ้นไปก่อน แม่ก็ต้องให้หนูดูดจากขวด เพื่อจะได้รู้ว่าหนูกินไปได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งปรากฏว่าหนูน้ำหนักขึ้นมา และเราก็ผ่านเรื่องนี้มาได้ด้วยดี โดยที่หนูไม่ต้องส่องไฟ แต่แม่กับหนูก็สูญเสียสัมผัสอันอบอุ่นไป

หลังจากนั้น แม่ก็ปั๊มนมใส่ขวดและป้อนลูกมาตลอด ช่วงแรกนมไม่พอ แม่ก็ต้องให้นมผสมบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก แม่เข้าไปหาข้อมูลจาก Web Site ต่างๆ โดยเฉพาะ http://www.breastfeedingthai.com/ เพื่อหาวิธีเพิ่มน้ำนม ซึ่งช่วงแรกๆ แม่ต้องปั๊มวันละ 8 รอบ เป็นการปั๊มนมอย่างบ้าคลั่ง ทั้งเจ็บ ทั้งเหนื่อย จนมีหลายครั้งที่ท้อ แต่เมื่อเห็นหน้าลูกและได้กำลังใจจากคุณพ่อ ก็ทำให้แม่มีกำลังใจขึ้น

จนมาถึงวันนี้ วันที่แม่ก็ยังคงปั๊มให้ลูกกินอยู่ ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน ตี2 ตี3 ถ้าลูกตื่น แม่ก็จะตื่นมาป้อนนมแล้วปั๊มนมให้ลูกต่อ ตอนนี้ยังคงมีนมใน Stock อยู่ประมาณ 80 ถุง ถุงละ 6 Oz ซึ่งคงเพียงพอสำหรับ 1 เดือน แต่ถ้าแม่ต้องไปทำงาน แม่ไม่รู้ว่าแม่จะยังคงทำอย่างนี้ต่อไปไหวไม๊

ขอให้ลูกกับคุณพ่อเป็นกำลังใจให้แม่ด้วยนะจ๊ะ แม่จะได้มีน้ำนมให้ฟ้าใสกินไปนานๆ

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสกำของได้แล้วค่ะ

วันนี้คุณแม่เห็นคุณตาเอายาดมให้ลูกกำ แม่ก็งง งง ว่าฟ้าใสกำได้ด้วยเหรอ แม่ก็ลองเอาของเล่นให้ฟ้าใสกำดู ปรากฏว่าฟ้าใสก็กำได้จ๊ะ

คุณพ่อบอกว่าฟ้าใสกำมือคุณพ่อตอนป้อนนมมาตั้งนานแล้ว แต่เอาเป็นว่าวันนี้ถือเป็นวันที่ฟ้าใสกำของได้แล้วกันนะจ๊ะ

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

โกนผมไฟให้ฟ้าใส


วันนี้เป็นวันที่ 12 สิงหาคม 2552 เป็นวันแม่ปีแรกของฟ้าใสนะลูก วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งเป็นบ้านที่เราอยู่ด้วยกันนะลูก และวันนี้ก็ตั้งใจจะโกนผมไฟให้ลูกด้วย

ในพิธีก็มีสวดมนต์ และพระท่านก็ขลิบผมของลูกใส่ใบบัว หลังจากนั้นก็ให้ญาติผู้ใหญ่ ทั้งอาเหล่าม่า อาม่า คุณตา คุณยาย คุณลุง คุณป้า ตั่วแปะ ยี่แปะ สี้แปะ และอีกหลายคนเลย มาขลิบผมและให้พรหนูนะลูก ให้หนูเป็นเด็กดีนะจ๊ะ หลังจากขลิบผมเสร็จ ก็ทำการโกนผมให้หนู โดยตั่วอึ้มเป็นคนจัดการโกนผมให้หนูและคุณพ่อเป็นคนอุ้มหนูไว้ แม่เสียดายผมหนูมากเลย เพราะหนูเป็นเด็กที่เกิดมาผมสวยมาก แต่เดี๋ยวโกนแล้วก็จะยิ่งสวยกว่าเดิมนะจ๊ะ แรกๆ ที่โกนหนูร้องจนแม่ใจเสียและก็สงสารหนูมาก แต่ซักพักหนูก็หลับไปกับอกคุณพ่อ ซึ่งแม่คิดว่าหนูคงร้องจนเหนื่อยแน่เลย ก็โกนจนเสร็จแหละลูก โกนกันไป ร้องกันไป ก็ได้หัวเหม่งน้อยออกมา ช่วงแรกแม่ไม่คุ้นหน้าหนูเลย แต่เหม่งน้อยของแม่ก็น่ารักไปอีกแบบนะ

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสมองตามสิ่งของ


เพื่อฝึกพัฒนาการการมองของลูก คุณพ่อเลยซื้อโมบายมาให้ฟ้าใสเล่นตั้งแต่เดือนแรก แต่ปรากฏว่าฟ้าใสก็ยังไม่ได้สนใจมองตาม จนคุณพ่อคิดว่าฟ้าใสไม่สนใจโมบายที่คุณพ่อซื้อมาให้แล้ว

แต่พอเข้าสู่เดือนที่ 2 คุณแม่ก็ยังคงให้ฟ้าใสนอนเล่นโมบาย ซึ่งฟ้าใสเริ่มที่จะสนใจมองตามแล้วหล่ะ โดยคุณแม่จะชี้ให้ฟ้าใสมองและบอกฟ้าใสว่าที่ผ่านหน้าหนูไปเป็นตัวอะไรแล้วก็สีอะไรด้วย ซึ่งหนูก็จะมองตาม

เล่นเยอะๆ นะลูก หนูจะได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ไงจ๊ะ คนเก่งของแม่กับพ่อ

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสครบรอบ 2 เดือน

วันนี้เป็นที่ 23 กรกฎาคม 2552 ซึ่งฟ้าใสครบรอบ 2 เดือนเต็มแล้วนะจ๊ะ เมื่อวานคุณพ่อก็ซื้อเค้กมา Happy Birthday ฟ้าใสอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นเค้กของ S&P จ๊ะ ก็เสร็จคุณแม่อีกตามเคย

จาก 1 เดือนเต็มถึงเข้าสู่เดือนที่ 2 นี้ ฟ้าใสเริ่มอ้อแอ้มากขึ้น คุยเก่งขึ้น แล้วก็ยิ้มเก่งขึ้นแล้วนะจ๊ะ หลังจากวันครบรอบ 2 เดือนไม่กี่วัน คุณพ่อกับคุณแม่ก้พาฟ้าใสไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพและรับวัคซีน ซึ่งพ่อกับแม่ตัดสินใจเพิ่มวัคซีนโรต้าให้ลูกอีก 1 ตัว เพื่อป้องกันท้องร่วงจ๊ะ

เดือนนี้ฟ้าใสหนัก 5300 กรัมแล้วนะจ๊ะ กราฟของน้ำหนักก็ยังคงชันอยู่เหมือนเดิมแต่ก็ไม่ Over จ๊ะ ลูกแม่ยังคงแข็งแรงสมบูรณ์และโตวันโตคืนเหมือนเดิมจ๊ะ

บันทึกการตรวจสุภาพ อายุ 2 เดือน
ความสูง 53.5 cm.
น้ำหนัก 5300 g.
รอบหัว 37.5 cm.
รอบอก 38 cm.

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าใสยิ้มให้แม่แล้ว


วันนี้ (อาทิตย์ 19 ก.ค. 2552) คุณแม่กับคุณพ่อไปซื้อของให้ฟ้าใสที่ Central พอกลับมาบ้านแม่ก็เข้าไปทักฟ้าใส ฟ้าใสก็ยิ้มให้คุณแม่ แม่ดีใจที่สุดเลยจ๊ะ

จริงๆ แล้วฟ้าใสยิ้มให้คุณพ่อ และก็คุณตาคุณยายแบบนี้มาตั้งหลายวันแล้วแหละจ๊ะ เป็นยิ้มที่สื่อความหมายจริงๆ ไม่ใช่ยิ้มที่เค้าเรียกว่ายิ้มให้แม่ซื้อ

ลูกแม่ยิ้มสวยที่สุดในโลกเลยจ๊ะ

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฟ้าใสครบรอบ 1 เดือน

วันนี้เป็นวันที่ 23 มิถุนายน 2552 เป็นวันครบรอบที่ฟ้าใสออกมาจากพุงแม่ได้ 1 เดือนแล้วนะจ๊ะ วันนี้แม่ให้คุณพ่อซื้อเค้กก้อนเล็กๆ มาให้ฟ้าใสด้วย แต่ตอนที่คุณพ่อกลับมาฟ้าใสหลับไปแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ก็แค่กระซิบบอกฟ้าใสว่า "Happy Birthday นะจ๊ะ"

ช่วงเดือนแรกนี้ฟ้าใสยังไม่ได้มีพัฒนาการอะไรมากนัก ก็จะมีแต่ตอนป้อนนม ฟ้าใสจะมองแม่ และแม่ก็จะร้องเพลงให้ฟ้าใสฟัง ถ้าหยุดร้องฟ้าใสก็จะร้อง อี๊ อี๊ ให้แม่ร้องให้ฟังต่อ แสดงว่าแม่เสียงเพราะ ใช่ป่าว อิอิ

หลังจากวันครบรอบ 1 เดือนไม่กี่วันพ่อกับแม่ก็พาฟ้าใสไปหาคุณหมอเพื่อรับวัคซีนจ๊ะ เดือนนี้ฟ้าใสน้ำหนักพุ่งขึ้นไปที่ 4300 กรัม แม่แทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยจ๊ะ เพราะขึ้นมาจากแรกคลอดเยอะมาก ลูกแม่โตไวๆ นะจ๊ะ

บันทึกการตรวจสุภาพ อายุ 1 เดือน

ความสูง 50.5 cm.
น้ำหนัก 4300 g.
รอบหัว 36 cm.
รอบอก 37 cm.

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่








หลังจากที่ฟ้าใสคลอดออกมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พ.ค. เราก็อยู่โรงพยาบาลกัน 4 วัน เพื่อให้ทั้งแม่และลูกแข็งแรง พอวันอังคารที่ 26 พ.ค. พ่อกับแม่ รวมทั้งคุณตา คุณยายก็พาฟ้าใสกลับบ้านเราแล้วจ๊ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านของเรานะจ๊ะ

พอเข้าบ้าน ก็เริ่มต้นด้วยการให้คุณพ่อไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เพื่อบอกกล่าวว่าเรามีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มในบ้าน ซึ่งก็รวมถึงคุณตาคุณยาย ที่ต้องย้ายเข้ามาอยู่กับพ่อและแม่ เพื่อมาช่วยเลี้ยงฟ้าใสด้วย หลังจากนั้นคุณพ่อก็ต่อเปลไว้ให้ลูกนอน รวมถึงพ่อกับแม่ต้องอพยพของใช้มานอนข้างล่างด้วยกันกับลูกในห้องหนังสือ เพราะแม่เองยังขึ้นบันไดไม่สะดวกนัก และเลี้ยงลูกข้างล่างก็น่าจะสะดวกกว่า

ช่วง 2 วันแรกฟ้าใสกินแล้วก็นอนตลอดเลยจ๊ะ ไม่งอแง เป็นเด็กเลี้ยงง่ายมากๆ แต่พอเข้าวันที่ 3 ฟ้าใสเริ่มมีฤทธิ์ เพราะหนูเริ่มงอแง และตื่นบ่อยขึ้น หนูจะร้องไห้หลังกินนมเสร็จ ซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่รู้ว่าหนูเป็นอะไร ปวดท้องหรือป่าว หรือมีอะไรมารบกวนหนู แม่ก็ให้พ่อไปไหว้บอกผีบ้านผีเรือนกันอีกรอบ เผื่ออะไรจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ดีขึ้น หนูก็ยังคงงอแงอยู่ และถ้าพอหนูงอแงคุณพ่อก็ต้องอุ้มเดิน เดินซักพักใหญ่ๆ หนูก็จะหลับ แต่ก็จะตื่นอีก เป็นอย่างนี้ตลอด ตอนหลังพ่อกับแม่เพิ่งมารู้ว่า ลูกกินนมไม่อิ่ม เพราะคุณหมอบอกว่าลูกน้ำหนักลด อาจเพราะกินนมไม่พอ ซึ่งจุดนี้ทำให้พ่อกับแม่เปลี่ยนวิธีให้นมหนูจากการดูดจากอกมาเป็นดูดจากขวดแทน
และถึงแม้หนูจะน้ำหนักขึ้น แสดงว่ากินนมอิ่ม แต่หนูก็ยังคงร้องไห้อยู่ทุกคืน คุณพ่อก็ต้องอุ้มหนูเดินจนกว่าหนูจะหลับ จนตอนนี้หนูก็ติดมือคุณพ่อไปแล้ว

พ่อกับแม่อยากให้หนูพูดได้จัง จะได้บอกได้ว่าหนูเป็นอะไร แม่ไม่อยากเห็นหนูร้องไห้ เพราะน่าสงสารมาก พ่อกับแม่ก็เพิ่งมีหนูเป็นคนแรก อาจต้องปรับตัวและค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นะจ๊ะ อย่าโกรธพ่อกับแม่นะ

อย่างอแงเลยนะลูกรัก เป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายๆ โตไวๆ นะจ๊ะ เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไงจ๊ะ

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กำเนิดฟ้าใส



ฟ้าใสออกจากพุงคุณแม่เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 10:14 ที่โรงพยาบาลพญาไท2 ซึ่งก่อนคลอดแม่น้ำเดินตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม เวลาน่าจะเกือบ 3 ทุ่ม ตอนนั้นแม่นั่งทำงานอยู่ มันเป็นวันที่ต้องปิด Defect ให้หมด เพราะเป็นวันสุดท้ายของการทำ UAT แม่เลยกลับดึก และวันนั้นแม่ยอมรับว่าเครียดมาก มันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกของแม่ต้องคลอดก่อนกำหนด ซึ่งตอนนั้นลูกเพิ่งได้ 36 weeks จริงๆ ถ้าให้สมบูรณ์ควรจะเป็น 38 weeks จ๊ะ

ตอนคลอดแม่ก็เฝ้าภาวนา โดยสวดคาถาชินบัญชรแบบบทย่อ เพื่อให้ลูกออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ เพราะการคลอดก่อนกำหนด อาจทำให้ลูกของแม่ต้องเข้าตู้อบ แต่แล้วเมื่อลูกออกมา ลูกก็ร้องเสียงดังลั่นเลย แม่ใจชื้นขึ้น แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ จนพยาบาลอุ้มลูกมาให้พ่อกับแม่ดู แม่ก็รู้ว่าลูกของแม่แข็งแรงและไม่ต้องเข้าตู้อบ หนูออกมาด้วยน้ำหนักตัว 2940 กรัม ถึงจะน้อยไปนิด แต่ก็ไม่เป็นไรเนอะ มาโตกันนอกพุงแม่ก็ได้เนอะ
พ่อกับแม่ ตั้งชื่อหนูว่า "วรวลัญช์" ซึ่งแปลว่า ผู้มีลักษณะอันประเสริฐ ที่มาของชื่อก็จาก Web site นี่แหละลูก พ่อกับแม่หาเตรียมไว้ทั้ง 7 วัน เพราะไม่รู้แน่ว่าหนูจะคลอดวันไหน ปรากฏว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่ลงตัว และมี ว แหวน นำหน้าเหมือนชื่อพ่อ ก็ตกลงใช้ชื่อนี้นะจ๊ะ
"ด.ญ. วรวลัญช์ กมลพรวิจิตร"
น้องฟ้าใส

ความรู้สึกของคุณพ่อเมื่อเจอหน้าฟ้าใสครั้งแรก
พ่อเห็นลูกสาวครั้งแรกตอนที่คุณหมอดึงฟ้าใสออกมาจากท้องแม่ แต่พ่อเก็บภาพไม่ทัน เพราะคุณพ่อไม่แน่ใจว่าหมอเค้าจะให้ถ่ายรึป่าว ก็เลยได้มาถ่ายรูปลูกตอนที่เค้าเช็ดไขออกจากตัวและก็ตรวจสุขภาพปอด พ่อดีใจที่สุดเลยนะที่ได้เห็นหน้าลูกฟ้าใส หลังจากรอมาตั้ง 36 อาทิตย์แนะ ลูกสาวพ่อออกมาร้องเสียงดังมากเลยนะ

ความรู้สึกของคุณแม่เมื่อเจอหน้าฟ้าใสครั้งแรก
คำแรกที่แม่ถามพยาบาล คือลูกน้ำหนักเท่าไหร่ เพราะแม่ยังไม่เห็นลูก และแม่กลัวลูกจะตัวเล็กไป แต่ตอนนั้นเค้ายังไม่ชั่งน้ำหนักลูก แล้วเค้าก็อุ้มลูกมาให้แม่ดู แม่ดีใจที่สุดที่ได้เห็นหน้าหนู ลูกสาวที่แม่รอคอย แม่หอมแก้มหนูพร้อมกับน้ำตาแห่งความปลื้มใจ แม่รักลูกนะจ๊ะ

ฟ้าใสในพุงแม่


หลังจากที่แม่เริ่มเขียนบทความ แม่ก็กลับมานั่งนึกว่า เอ้! แม่เริ่มรู้ว่าแม่ท้องเมื่อไหร่นะ แม่ก็เริ่มกลับไปหาข้อมูลเท่าที่พอจะจำได้จ๊ะ
ที่แม่เริ่มรู้สึกว่าท้อง ก็เพราะแม่เพลียอยู่บ่อยๆ และก็มีอาการคลื่นไส้ ที่สำคัญ คือ ตอนกลางวันชอบหนีพ่อขึ้นไปนอนข้างบนอีกต่างหาก แม่เลยชักสงสัยอาการแปลกๆ พวกนี้ เลยคิดว่าตัวเองจะท้อง ก็เลยไปซื้อแผ่นตรวจการตั้งครรภ์มาทดสอบดู ปรากฏว่าขึ้นแถบสีแดง นั่นหมายถึงแม่ตั้งท้อง แม่รีบบอกพ่อ พ่อก็ยังทำหน้างงๆ "ไรว้า" แม่คิดในใจ "นี่แม่ท้องนะ ไม่ได้เป็นหวัด ตื่นเต้นหน่อยดิ" ก็ยังคงคิดในในอยู่ พ่อคงงงมั้ง แต่แม่ก็ไม่รู้ว่าพ่อคิดไรอยู่ ไว้หนูถามพ่อเองละกันนะจ๊ะ แต่แล้วด้วยความไม่แน่ใจ แม่เลยซื้อแผ่นทดสอบมาตรวจอีกครั้ง ผลก็ยังคงออกมาเหมือนเดิม แน่แล้ว แม่กำลังมีหมูน้อยจริงๆด้วย เราเลยตัดสินในไปหาหมอเพื่อความแน่ใจ ผลปรากฏชัดเจน "คุณกำลังตั้งครรภ์ค่ะ"

พ่อพาแม่ไปหาหมอเมื่อวันที่ 28ตุลาคม2551 พอรู้ว่าท้อง หมอของเรา คุณหมอศิริอร ก็ให้แม่ไปทำอุลตราซาวน์ เพื่อตรวจสอบอายุครรภ์ ปรากฏว่าตอนนั้นหนูอายุได้ 6สัปดาห์ กับ 5วัน ด้วยขนาด1cm. หัวใจหนูเต้นด้วยแหละ แม่ได้ยินเสียงหัวใจหนูจากเครื่องอัลตราซาวน์ หนูมีชีวิต แม่มีตัวเล็กๆ อยู่ในพุง มหัศจรรย์ที่สุดเลยลูก

แม่กับพ่อกลับบ้านด้วยหัวใจชื่นบาน แต่แม่ก็มีเรื่องต้องระวัง แม่มีเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง การตั้งครรภ์มีผลข้างเคียง ที่อาจจะทำให้ต่อมนี้โตขึ้น จนอาจทำให้แม่ตาบอด หมอที่ดูแลเรื่องนี้ให้แม่ เคยบอกว่ายังไม่อยากให้แม่มีลูก เพราะไม่อยากใหเกิดปัญหาที่ต้องตัดสินใจที่ต้องเลือกถ้าเนื้องอกมันโตขึ้นจริงๆ ซึ่งมันคงโหดร้ายกับแม่มาก แต่เราโชคดี เพราะเราคงทำบุญร่วมกันมา แม่จึงมีหมูน้อยที่น่ารักของแม่มาจนถึงวันนี้

พ่อดูแลแม่และหนูดีมาก หนูอย่าลืมขอบคุณพ่อนะลูก พ่อทำทุกอย่างให้แม่ จนแม่กลายเป็นคนขี้เกียจแล้ว เราดูแลหนูอย่างดีที่สุด เตรียมของใช้ เตรียมตั้งชื่อ และเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เช่นการเลิกกินกาแฟ ที่แสนจะอร่อย โอ้! มันหอมยั่วยวนมาก ขอแอบจิบนิดนึงนะ อิอิ

พ่อกับแม่ดีใจนะลูก ที่หนูจะมาเป็นส่วนของชีวิตเรา หนูน่ารักมากที่มาอยู่กับแม่ในจังหวะที่ดี ตอนนั้นแม่กับพ่อเรียนจบโทพอดี เหลือแค่รอรับปริญญาเท่านั้นเอง

เราเฝ้านับวันรอที่จะได้เจอหน้าหนู จนมาวันนี้เราก็เจอกนแล้วนะ ลูกรักของแม่

เกี่ยวกับ Blog



Blog นี้คุณพ่อกับคุณแม่เขียนให้กับฟ้าใสเมื่อตอนที่ฟ้าใสถือกำเนิดออกมา เป็นบันทึกความทรงจำต่างๆ ของฟ้าใส เผื่อวันนึงฟ้าใสโตขึ้นและอยากรู้ว่าตัวเองเติบโตมาอย่างไร ก็สามารถเข้ามาอ่านใน Blog นี้ได้จ๊ะ



พ่อกับแม่ดีใจที่หนูเกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ และยินดีต้อนรับหนูเข้าสู่ครอบครัวของเรานะจ๊ะ