วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ฟ้าใสเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009

เมื่อเช้าตื่นมา พ่อเห็นว่าหนูไอแคร๊กๆ แล้วก็มีน้ำมูกด้วย แต่ตอนนั้นก็ยังไม่มีไข้ แต่หลังจากที่แม่ไปทำงานแล้ว คุณยายก็โทรมาบอกว่าหนูไข้ขึ้นสูง 38 องศาแต่พอให้ทานยาลดไข้ ไข้ก็ลดลงพักนึง แต่อีกซักพัก ไข้ก็สูงขึ้นมาอีก แม่ก็เลยตัดสินใจกลับบ้านตอนเที่ยง แล้วก็พาหนูไปหาหมอที่โรงพยาบาลแต่วันนี้หมอของหนูไม่อยู่ ก็เลยต้อง consult หมออีกท่านนึง แต่ก็น่ารักเหมือนกัน
พอไปถึงโรงพยาบาล หนูก็ไข้สูงขึ้นไปอีก ก็เลยต้องให้พยาบาลเช็ดตัวให้ทันที แม่สงสารหนูมากเลย เพราะหนูร้องแล้วก็ดิ้นตลอด ไม่ยอมให้เค้าเช็ด แต่ก็ต้องเช็ดนะลูกนะ เพราะเดี๋ยวไข้สูงมาก แล้วอาจจะชักได้ แม่ก็ได้แต่ทำใจ ยอมให้เค้าทำไป เค้าทำเสร็จแล้วแม่ก็เข้าไปกอดหนู พอเช็ดตัวเสร็จ หมอก็เรียกพอดี เข้าพบหมอ หมอก็ให้ยาแก้ไข้ทั้งแบบไข้ต่ำและไข้สูง และก็ยาแก้อักเสบมา หมอบอกว่าไม่น่าจะเป็นอะไร ให้ทานยาแก้อักเสบ แล้วน่าจะดีขึ้นแต่ปรากฏว่า พอกลับมาบ้านไข้หนูก็เดี๋ยวลด เดี๋ยวสูง เช็ดตัวให้ก็ไม่ดีขึ้น พ่อกับแม่เลยตัดสินใจพาหนูไป Admit. ดีกว่า เพราะกลัวว่า กลางคืนถ้าหนูเป็นอะไรมากแล้วจะลำบาก พอไปถึงโรงพยาบาล พยาบาลก็วัดไข้ให้หนูอีก ไข้ก็ยังสูงอยู่ที่ 38.4 พยาบาลก็เลยต้องเช็ดตัวให้หนู หนูก็ร้องไห้อีก สงสารจัง ร้องจนเสียงจะไม่มีแล้วลูก แล้วพอขึ้นห้องพักวัดไข้อีกครั้ง ไข้ก็ยังไม่ลด ก็เลยต้องเช็ดตัวกันอีกรอบ แต่ครั้งนี้พี่พยาบาลหลอกล้อให้หนูเล่นโน่นเล่นนี่ แล้วก็ให้หนูนั่งแช่ในกะละมัง หนูก็เลยร้องไม่มาก พอเช็ดตัว เปลี่ยนชุดเป็นชุดของโรงพยาบาลให้หนู แม่ พ่อ และก็คุณยาย ก็พาหนูเข้าห้อง แต่หนูก็คงงง งง เนอะว่าที่ไหน ก็เลยยังไม่ยอมนอน กว่าจะหลับก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว พอหนูหลับ พ่อก็เลยไปส่งคุณยายกลับบ้านแม่ก็อยู่กับหนู 2 คน หนูหลับไปได้หน่อย ก็ตื่นขึ้นมาพอดีกับที่พยาบาลเข้ามาวัดไข้อีกหน ซึ่งไข้ก็ไม่ลดอยู่ดี ก็เลยต้องให้หนูไปห้องเช็ดตัวอีกรอบ คราวนี้เป็นพยาบาลอีกชุดที่เพิ่งเปลี่ยนเวรมาไม่ใจดีเหมือนเมื่อกี้แล้ว หนูร้องมากๆ เค้าก็ให้แม่ออกมารอนอกห้อง เพราะเค้าบอกว่าแม่อยู่แล้วหนูจะอ้อน แม่ก็ไม่รู้จะทำยังไง สงสารหนูจับใจ มานั่งรอแล้วก็คอยดูหนูอยู่หน้าห้อง หนูก็ร้องไม่หยุด เค้าก็จับหนูนอน แล้วก็เช็ดตัวนานมาก หัวใจแม่จะสลายเลย พอเค้าเสร็จแม่ก็รีบเข้าไปกอดหนู แล้วก็เช็ดผ้าแห้งให้หนูเอง แม่ขอโทษนะ แต่ก็ต้องให้เค้าทำนะลูก เพราะไม่งั้นถ้าไข้สูงมากแล้วหนูอาจจะชักได้ พอแม่เช็ดตัวแล้วก็แต่งตัวให้หนูเสร็จ แม่ก็อุ้มหนูมาเดินเล่นก่อนพักนึง ค่อยเข้าห้อง พอเข้าห้องก็พาหนูนอน หนูคงเหนื่อย เข้ามาให้กินนม แล้วหนูก็นอนเลย แม่ป้อนนมหนูไป ร้องไห้ไป สงสารหนูมาก แล้วซักพักพ่อก็กลับมาถึงโรงพยาบาล เราก็เข้านอนกัน แล้วตอนตี 2 ก็มีการวัดไข้อีกหน ไข้ก็ลดลงมาได้หน่อยแล้ว อาจเพราะทั้งกินยาลดไข้สูง แล้วก็เช็ดตัวด้วย เลยทำให้ดีขึ้น

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณตา คุณยาย และก็พี่นางมาแต่เช้า และวันนี้คุณหมอก็มาตรวจ บอกว่าผลที่ส่งตรวจเมื่อคืน หนูไม่ได้เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่หมอก็ยังอยากให้หนูอยู่โรงพยาบาลก่อนเพราะตอนที่หมอมา หนูอาเจียนออกมาเยอะมาก เพราะว่าไอ และก็ยังมีไข้อยู่ หมอก็ปรึกษาว่าน่าจะอยู่ก่อน ถ้าทานอะไรไม่ได้ ก็คงต้องให้น้ำเกลือ และวันนี้ก็ต้องให้น้ำหนูมากๆหนูจะได้ไข้ลดลง ก็ไม่เป็นไรเนอะ อยู่ก่อนก็ได้ แต่คืนนี้แม่คงเฝ้าหนูไม่ไหวแล้ว เพราะแม่เป็นหวัดแล้วหล่ะ แม่ก็เลยขอกลับไปนอนตอนบ่าย แล้วกลับมาหาหนูใหม่ตอนเย็น รอจนหนูหลับจึงค่อยกลับบ้าน คืนนี้ คุณตา คุณยาย แล้วก็พี่นางอยู่กับหนูนะคะ
แม่กลับบ้านไป อาการก็เริ่มแย่ เพราะปวดหัวมาก ทานยาลดไข้ ก็เหมือนไม่ดีขึ้น เช้าขึ้นมาก็เลยชวนพ่อไปโรงพยาบาลแต่เช้า แต่ปรากฏว่าหมอสูติ จะเข้าตรวจตอน 9.00 แม่ก็เลยไปนอนรอที่ห้องหนู วันนี้หนูดูสดใสขึ้น แต่เสียงแหบมากๆ หมอเลยต้องฉีดยาให้ เพราะหมอบอกว่าสงสัยกล่องเสียงจะอักเสบ คงเพราะหนูไอแล้วก็ร้องไห้เยอะแน่เลย ส่วนไข้หนูก็ลดลงแล้วแหละจ๊ะ แต่หมอยังคงขอให้หนูอยู่ต่ออีกคืน เพื่อดูเรื่องกล่องเสียง ส่วนตัวแม่เองหลังจากไปตรวจทั้งที่สูติและอายุรกรรม ปรากฏว่าแม่นี่แหละที่เป็น 2009 ซึ่งพ่อหนูก็ตรวจแต่ไม่เจอ 2009 แต่ทั้งพ่อและแม่ก็ต้องทานยา Tami Flu ยาสำหรับ H1N1 นี่แหละจ๊ะ พอแม่เจอเชื้อ หมอของแม่ก็เลยโทรแจ้งหมอของหนู ว่าหนูก็น่าจะติดเชื้อตัวเดียวกัน หมอของหนูก็เลยต้องมากวาดเพดานหนูใหม่ เพื่อส่งตรวจละเอียดอีกครั้ง แล้วตัวแม่เองก็ต้อง Admit. เพราะแม่อ่อนแอมาก แล้วก็มีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องด้วยซึ่งแม่ก็กังวลมาก แต่หมอบอกว่า ทั้งยาและเชื้อตัวนี้ จะไม่มีผลต่อน้องของหนู แม่ก็ค่อยโล่งใจ สรุปว่าเราได้ Admit. ทั้งคู่เลยลูก แต่แม่ขอแยกห้องกับหนูนะ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวหนูจะติดกลับไปอีกคืนนี้พ่อก็เลยต้องนอนเฝ้าแม่ ส่วนคุณตา คุณยาย ก็อยู่กับหนู

คิดถึงหนูจังเลย อยากกอด อยากหอม แต่แม่ก็ไปหาไม่ได้ เพราะเราอยู่คนละตึก แล้วแม่ก็มีน้ำเกลืออันเกะกะ ด้วย วันรุ่งขึ้นหมออนุญาติให้หนูกลับบ้านได้แล้ว แต่ของแม่หมอยังให้อยู่ต่ออีกคืน ไม่เป็นไรเนอะ พรุ่งนี้แม่ก็คงได้กลับไปหาหนูแล้ว ตอนหนูกลับบ้านแม่ก็ไม่ได้ไปส่ง และผลการตรวจ H1N1 ของหนูก็ยังไม่ส่งมา ผลของหนูมาตอนบ่ายๆ ซึ่งหมอหนูโทรมาบอกว่า หนูก็ติดเชื้อนี้เหมือนกันแต่วิธีการรักษาของหนู คงไม่ต้องให้ Tami Flu แล้ว เพราะไข้ลดแล้ว และหนูก็น่าจะสร้างภูมิคุ้มกันได้เองแล้ว ก็รักษาตามเดิม ทานยาที่หมอให้มา
เฮ้อ! ครั้งนี้เล่นเอาเราวุ่นกันไปหมดเลยเนอะลูกเนอะ โชคดีที่หนูกับพ่อได้รับวัคซีน 2009 ไปก่อน ก็เลยดูน่าจะผ่อนหนักเป็นเบา ไม่งั้นหนูคงหนักกว่านี้แน่เลย แต่ที่แม่สงสัยคือหนูไปติดมาจากไหน หรือหนูติดจากแม่ไป แต่หวังว่าเมื่อเราหาย ก็เจอแต่สิ่งดีๆ เนอะ ครั้งนี้คุณยายก็เป็นด้วยเหมือนกัน มีแต่คุณตากับพี่นางที่รอดไปได้

ขออย่าให้ต้องเป็นอย่างนี้อีกเลยนะ แม่สงสารหนูมากๆ แล้วก็สงสารตัวเองด้วย ครั้งนี้ทุกๆคนเหนื่อยมากๆ โดยเฉพาะคุณพ่อของหนู ที่ต้องดูแลทั้งแม่และหนู แล้วมันก็จะผ่านไปนะลูกนะ คนเก่งของแม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

To Bluesky